ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กก็วางระบบไอทีได้

630

ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็กสามารถวางระบบไอทีเองได้อย่างเหมาะสมกับขนาดธุรกิจ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดค่าใช้จ่ายและรองรับการดำเนินงานของธุรกิจอย่างต่อเนื่องพอจะสรุปได้ดังนี้

การกำหนดมาตรฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสาร ที่จะใช้ภายในองค์การ เพื่อลดค่าใช้จ่าย ด้านการบำรุงรักษา ที่แตกต่างกัน ควรสั่งซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ จากผู้แทนจำหน่ายรายเดียวกัน โดยเป็นอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานเดียวกัน และสามารถเข้ากันได้กับ นอกจากนี้การใช้ซอฟต์แวร์ ที่มีการทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เพื่อเก็บการตั้งค่าต่าง ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ จะช่วยให้สะดวกในการซ่อมบำรุงรักษา หรือติดตั้งซอฟต์แวร์ และระบบปฏิบัติการ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ หรือเครื่องที่ถูกฟอร์แมตการสำรองข้อมูลไว้ภายนอกบริษัท การสำรองข้อมูลในระบบถือเป็นสิ่งสำคัญของธุรกิจ เพราะหากข้อมูลขององค์กรสูญหาย ย่อมจะส่งผล ต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมาก ในธุรกิจขนาดเล็กนั้น มีวิธีการพื้นฐานที่นิยมกันโดยทั่วไปในการสำรองข้อมูลอยู่ 2 วิธี คือการคัดลอกข้อมูลที่สำคัญ ไปไว้ที่ฮาร์ดดิสก์ภายนอก และทำไปเก็บไว้ที่สถานที่จัดเก็บข้อมูลสำรองที่ปลอดภัย การใช้บริการสำรองข้อมูลแบบออนไลน์จากผู้ให้บริการ แม้ว่าในธุรกิจขนาดใหญ่นั้น จะใช้การสำรองข้อมูลไว้นอกสถานที่แต่จะไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การสำรองข้อมูลแบบออนไลน์จึงเหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็ก ทั้งในด้านราคาและความสะดวก การใช้ฮาร์ดแวร์ในการรักษาความปลอดภัย ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขององค์กร ในธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก มักจะไม่ใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย ของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่าที่ควร จึงอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายจากภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีทุกรูปแบบทั้งไวรัสคอมพิวเตอร์ มัลแวร์ รวมถึงแฮกเกอร์ ที่พยายามจะเจาะเข้ามาในระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่มีความสำคัญ เช่น ระบบที่เกี่ยวข้องกับการเงิน บัตรเครดิต การทำธุรการรมทางการเงินออนไลน์ เป็นต้น

ดังนั้นหากเป็นธุรกิจขนาดกลางที่มีผู้ใช้งานเครือข่ายภายในตั้งแต่ 20-30 คนขึ้นไป ก็ควรจัดหาไฟร์วอลล์ที่เป็นฮาร์ดแวร์มาติดตั้ง สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ควรใช้ไฟร์วอลล์ที่เป็นซอฟต์แวร์ ซึ่งจะประหยัดกว่า นอกจากนี้ยังจะต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ และมัลแวร์ควบคู่กันด้วย รวมถึงการกำหนดรหัสผ่าน ที่ยากต่อการคาดเดา การกำหนดให้เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ตามระยะเวลาที่กำหนด และที่สำคัญ จะต้องทำการปิดการเชื่อมต่อ อุปกรณ์เชื่อมต่อ เข้าสู่เครือข่ายทุกครั้งก่อนกลับบ้าน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้ามาขโมยข้อมูล หรือกระทำการมิชอบด้วย

ถึงแม้จะเป็นเพียงบริษัทเล็ก ๆ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามการวางระบบไอทีที่ดี เพราะสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจดำเนินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ได้แก่การวางระบบไอทีที่เข้มแข็งนั่นเอง

อเมซอนกำลังทดสอบบริการส่งสินค้าใหม่ล่าสุดผ่านเครื่องร่อน

เรื่องนี้ซีอีโออเมซอน “เจฟ เบโซส (Jeff Bezos)” ให้สัมภาษณ์ว่าเครื่องร่อนนี้จะเชื่อมต่อกับระบบระบุพิกัด (GPS) เพื่อให้การส่งสินค้าเป็นไปอย่างปลอดภัยและแม่นยำ ทั้งหมดนี้ซีอีโออเมซอนยืนยันว่าระบบส่งสินค้าด้วยเครื่องร่อนนี้ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์ที่ไฮเทคเกินจริง แต่เป็นรูปแบบการจัดส่งสินค้าแห่งอนาคตที่เริ่มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซีอีโอเบโซสย้ำว่าเครื่องร่อนให้บริการส่งสินค้านี้เริ่มมีการทดลองใช้งานที่ประเทศจีนแล้วในขณะนี้ เช่นเดียวกับสตาร์ทอัปผู้ให้บริการเช่าหนังสือเรียนในออสเตรเลีย ก็มีแผนให้บริการจัดส่งสินค้าด้วยเครื่องร่อนแก่ลูกค้าในซิดนีย์ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2014

สำหรับในสหรัฐฯ อเมซอนระบุว่าสำนักกิจการการบิน FAA กำลังอยู่ระหว่างการร่างกฎหมายเกี่ยวกับการใช้งานยานบินไร้คนขับ เพื่อให้สามารถควบคุมและป้องกันความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม จุดนี้ อเมซอนเชื่อว่าในอนาคตเครื่องร่อนสไตล์ Prime Air เพื่อการรับส่งสินค้านั้นอาจเป็นยานบินที่เห็นได้ทั่วไปและแพร่หลายเหมือนที่ชาวโลกเห็นรถบรรทุกรับส่งจดหมายในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ อเมซอนยืนยันว่าความปลอดภัยคือความกังวลอันดับ 1 ทำให้อเมซอนออกแบบและศึกษาเครื่องร่อนนี้อย่างจริงจังซ้ำแล้วซ้ำเล่า บนความหวังว่าเครื่องร่อนนี้จะสามารถเป็นมาตรฐานให้อุตสาหกรรมธุรกิจการบินได้ในอนาคต

อีก 5 ปีข้างหน้าผู้ให้บริการค้าปลีกสินค้าออนไลน์รายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างอเมซอน (Amazon) อาจเปิดไฟเขียวเริ่มใช้วิธีการส่งสินค้าแนวใหม่เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าใน 30 นาทีหลังการสั่งซื้อ ด้วยการส่งผ่านเครื่องร่อน 8 ใบพัดหรือ “ออคตาคอปเตอร์ (octocopter)” ซึ่งจะติดปีกให้สินค้าสามารถโบยบินไปถึงหน้าบ้านลูกค้าได้แบบทันใจ เครื่องร่อน 8 ใบพัดจะรับหน้าที่นำสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าของอเมซอนมาส่งให้ที่อยู่ที่ผู้สั่งซื้อต้องการ จุดนี้รายงานระบุว่าบริการส่งสินค้าไฮเทคของอเมซอนยังต้องผ่านการทดสอบจากสำนักงานกิจการการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ Federal Aviation Administration คาดว่าจะต้องใช้เวลาดำเนินการและพัฒนาในช่วง 4-5 ปี

การปรับเปลี่ยนแผนงานเพื่อความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ของชาติ

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ยิ่งมีการพัฒนาเจริญก้าวหน้า และมีคุณประโยชน์อเนกอนันต์มากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งมีโทษภัยมหันต์ติดตามมามากขึ้นเพียงนั้น คงไม่มีใครปฏิเสธถึงคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่วนพิษภัยที่เกิดจากตัวเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเองโดยตรงนั้นแทบจะมองไม่เห็น แต่ผลที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้งานที่ไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม หรือการนำมาใช้เพื่อผลทางมิชอบ รวมถึงการนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการทหาร นับเป็นมหันตภัยอันใหญ่หลวงที่กำลังคุกคามความมั่นคงในด้านต่างๆบนไซเบอร์ ในวงการสารสนเทศเป็นที่ทราบกันดีว่าภัยคุกคามด้านไซเบอร์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการทหาร ไม่ว่าจะเป็นการเจาะระบบ การฝังโปรแกรมลักลอบโจรกรรมข้อมูล เช่น สปายแวร์หรือประตูหลัง , การโจมตีด้วยโปรแกรมมัลแวร์ อาทิเช่น ไวรัสคอมพิวเตอร์, หนอนคอมพิวเตอร์หรือม้าโทรจัน , การใช้โปรแกรมตั้งเวลาทำงานเพื่อการทำลาย , การโจมตีแบบ DoS/DDos  , การใช้โปรแกรมหุ่นยนต์โจมตีเพื่อเป็นฐานโจมตีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บนเครือข่ายสารสนเทศ , การสร้างข้อมูลขยะ เป็นต้น

กองทัพบก ได้มีนโยบายและอนุมัติหลักการให้ศูนย์เทคโนโลยีทางทหาร ( ศทท. ) ดำเนินการปรับปรุงภารกิจและโครงสร้างการจัดหน่วย โดยเพิ่มเติมภารกิจด้านการปฏิบัติการสงครามไซเบอร์ และปรับสายการบังคับบัญชาจากเดิมเป็นหน่วยขึ้นตรงกรมการทหารสื่อสาร มาเป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ( นขต.ทบ. ) เพื่อเตรียมรองรับการปฏิบัติงานความมั่งคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะความมั่นคงทางการทหาร และการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ รวมถึงการปฏิบัติการที่ประสานสอดคล้องกับกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพต่างๆ ตลอดจนรองรับการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง โดยแนวความคิดเบื้องต้นในการเตรียมการดำเนินการพัฒนาปรับปรุงภารกิจ

โครงสร้างการจัดหน่วยและการพัฒนาศักยภาพของกำลังพลให้มีคุณวุฒิการศึกษา คุณลักษณะ ขีดความสามารถ ประสบการณ์ และความถนัดเฉพาะด้านที่สอดคล้องกับตำแหน่งหน้าที่การงานเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยเน้นการปรับเกลี่ย โยกย้าย และการบรรจุกำลังพลด้านปฏิบัติการเป็นหลักมากกว่างานทางธุรการ ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า ๗๐ : ๓๐ สำหรับในด้านการปรับปรุงโครงสร้างการจัดหน่วย  โดยแปรสภาพกองการสงครามสารสนเทศเป็นกองปฏิบัติการไซเบอร์ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการด้านไซเบอร์เชิงรุก ดำเนินการด้านการตรวจสอบสภาพแวดล้อมของภัยคุกคาม การวางแผนควบคุมการปฏิบัติ และการปฏิบัติการไซเบอร์ โดยจะมีการบรรจุและพัฒนากำลังพลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และได้รับการฝึกฝนด้านการปฏิบัติการไซเบอร์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักรบไซเบอร์อยู่ในชุดปฏิบัติการไซเบอร์ และชุดเตรียมพร้อมเผชิญเหตุฉุกเฉินด้านไซเบอร์เป็นหน่วยปฏิบัติการและเตรียมจัดตั้งกองรักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์

ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการด้านไซเบอร์เชิงรับดำเนินการด้านระเบียบการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศ การป้องกัน เฝ้าระวัง ตรวจสอบช่องโหว่ โดยใช้เครื่องมือระบบตรวจหาการบุกรุก และระบบป้องกันการบุกรุก รวมถึงการกู้คืนสภาพเมื่อถูกโจมตี ตลอดจนการพัฒนาโปรแกรมและเครื่องมือต่างๆเพื่อรองรับงานด้านไซเบอร์ นอกจากนี้ยังได้เตรียมการด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆด้านไซเบอร์ โดยแสวงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งภายในและภายนอกกองทัพ ทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนในด้านวิชาการ การวิจัยพัฒนา ( R&D ) การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ( Workshop ) และการฝึกปฏิบัติต่างๆโดยเฉพาะการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุด้านไซเบอร์ การฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินด้านไซเบอร์ การฝึกซ้อมการปฏิบัติการไซเบอร์และการฝึกจำลองสงครามไซเบอร์ เป็นต้น

กูเกิลจะเปิดบริการร้านค้าปลีกของบริษัทก่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาสปีนี้

ข่าวลือนี้ถูกวิจารณ์ในหลายแง่มุม โดยเฉพาะคำถามว่ากูเกิลจำเป็นต้องตั้งร้านค้าปลีกของตัวเองขึ้นมาจริงหรือ ซึ่งหากกูเกิลตั้งร้านค้าปลีกขึ้นมาจริง ก็อาจทำให้ผลิตภัณฑ์หลายโครงการของกูเกิลสามารถยกระดับกระแสได้ดีกว่าช่วงที่ผู้บริโภคไม่มีโอกาสได้เห็นหรือใช้งานด้วยตัวเอง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรที่กูเกิลมีในปัจจุบันได้ แต่ที่ผ่านมากูเกิลมีพื้นที่จำหน่ายและสาธิตสินค้าของตัวเองในร้านค้าปลีกรายใหญ่อย่างเบสต์บาย และร้านพีซีเวิร์ล ในอังกฤษแล้ว โดยพื้นที่เหล่านี้ถูกเรียกว่า Chrome Zone ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคไม่น้อยในแต่ละวัน ทั้งหมดนี้ทำให้สื่อต่างประเทศมองว่าข่าวลือที่เกิดขึ้นนั้นค้านกับแผนพัฒนา Google Glass เนื่องจากกูเกิลจะสามารถควบคุมต้นทุนและสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในวงการคอนซูเมอร์ได้ดีกว่าการแยกไปตั้งร้านค้าปลีกด้วยเงินทุนของตัวเอง

อีกสิ่งที่สามารถสะท้อนได้จากข่าวลือนี้ คือ สัญญาณที่ชี้ว่ากูเกิลต้องการจะควบคุมประสบการณ์ที่ผู้บริโภคจะได้รับจากสินค้าของกูเกิลในแบบต้นจนจบหรือ end-to-end ซึ่งเป็นแบบฉบับที่แอปเปิล (Apple) เคยทำมาก่อน ในภาพรวมนักวิเคราะห์เชื่อว่าแผนนี้ยังมีช่องโหว่เนื่องจากกูเกิลยังต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะทำกำไรได้จาก Google Glass หรือแม้แต่สินค้าที่ทำตลาดแล้วในนาทีนี้อย่างสมาร์ทโฟน Nexus 4, แท็บเล็ต Nexus 7 และ 10 ซึ่งฮาร์ดแวร์เหล่านี้ถูกตั้งราคาไว้ไม่สูงเพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้งานบริการและแอปพลิเคชันแอนดรอยด์

หากรวมกับค่าใช้จ่ายมากมายที่จะเพิ่มขึ้นหากกูเกิลตั้งร้านค้าปลีกของตัวเอง กูเกิลจะต้องทำงานหนักเพื่อให้คุ้มกับค่าเช่าพื้นที่ ค่าฝึกอบรมพนักงาน ค่าออกแบบตกแต่ง และค่าบำรุงรักษา ซึ่งแม้การตั้งร้านค้าปลีกใหม่ของกูเกิลจะส่งผลดีต่อการทำตลาดในภาพรวมและระยะยาว แต่ก็ถือเป็นงานหนักที่ยังมีความเสี่ยงไม่น้อย เหนืออื่นใดความเสี่ยงนี้ถูกมองว่าอาจคุ้มค่าในมุมมองของกูเกิล เนื่องจากหากมองข้ามต้นทุนไปกูเกิลจะสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็นแบรนด์สินค้าผู้บริโภคหรือคอนซูเมอร์แบรนด์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะมีผลต่อแบรนด์กูเกิลมากกว่าโครงการอินเทอร์เน็ตฟรีที่กูเกิลเคยทำอย่าง Fiber Space ในเมือง Kansas City เสียอีก และอาจจะมีผลต่ออิทธิพลของแบรนด์กูเกิลในระดับที่หลายคนคาดไม่ถึงก็ได้

ยักษ์ใหญ่วงการไอทีอย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft) และแอปเปิล (Apple) ล้วนเปิดร้านค้าปลีก หรือ retail store ของตัวเองมานานแล้ว แต่กูเกิล (Google) นั้นเพิ่งจะมีข่าวว่าพร้อมเปิดร้านลักษณะเดียวกัน เพื่อนำสินค้าฮาร์ดแวร์ที่กูเกิลอำนวยการผลิตทั้งหมดมานำเสนอสู่สายตาผู้บริโภค

นวัตกรรมเทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิต

ถ้าจะเอ่ยถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันต้องยอมรับจริงๆว่าก้าวหน้าไปเร็วมากและมีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมาย แต่ก็ยังมีหลายคนที่สงสัยว่านวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของคนเราในอีก 5 ปีข้างหน้านั้นมีอะไรบ้าง วันนี้เราก็ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันคะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

มาเริ่มกันที่นวัตกรรมแรกคือ “มนุษย์สามารถสร้างพลังงานมาใช้ได้เอง” ซึ่งการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน และสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา เช่นความร้อนจากคอมพิวเตอร์ก็สามารถสร้างพลังงานได้ และสามารถที่จะเก็บรวบรวมมาใช้งานภายในบ้าน สถานที่ทำงาน และเมืองต่าง ๆ โดยนักวิทยาศาสตร์ของไอบีเอ็มในไอร์แลนด์กำลังศึกษาวิธีการแปลงพลังงานคลื่นในมหาสมุทรให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมที่ 2 ก็คือ “มนุษย์จะใช้เสียงพูด ใบหน้าและดวงตาแทนรหัสผ่านได้” โดยในอนาคตเราจะไม่ต้องใช้รหัสผ่านอีกต่อไป เพราะข้อมูลทางไบโอเมตริก (Biometric) เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเค้าโครงใบหน้า การสแกนม่านตา และไฟล์เสียงพูด จะถูกประกอบเข้าด้วยกันผ่านทางซอฟต์แวร์ เพื่อสร้างรหัสผ่านออนไลน์ เราจึงสามารถเดินไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อถอนเงินอย่างปลอดภัย โดยเพียงแค่พูดชื่อหรือมองเข้าไปในเซ็นเซอร์ขนาดเล็กที่สามารถรับรู้ความแตกต่างในม่านตาของแต่ละคน

ส่วนนวัตกรรมที่ 3 คือ “มนุษย์สามารถใช้สมองสั่งงานแล็ปท็อปและโทรศัพท์มือถือได้” การอ่านใจจะไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นได้เฉพาะในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ของไอบีเอ็มในสาขาวิชาชีวสารสนเทศ หรือไบโออินฟอเมติกส์ (Bioinformatics) กำลังทำการค้นคว้าวิธีการเชื่อมโยงสมองของคนเข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน รวมถึงการออกแบบชุดหูฟังที่มีเซ็นเซอร์พิเศษสำหรับอ่านคลื่นไฟฟ้าสมอง รวมถึงสีหน้า ระดับความตื่นเต้น การมีสมาธิจดจ่อ และความคิดของบุคคล โดยที่บุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องขยับร่างกาย

ภายใน 5 ปีข้างหน้าเราจะเริ่มเห็นการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีนี้ในอุตสาหกรรมเกมและความบันเทิง รวมถึงวงการแพทย์เพื่อทดสอบแบบแผนของสมอง และอาจช่วยในการฟื้นฟูผู้ป่วยที่เกิดภาวะเส้นเลือดสมองแตก และช่วยในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความผิดปกติของสมอง เช่น โรคสมาธิสั้น ได้อีกด้วย

สำหรับนวัตกรรมที่ 4 คือ “ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยเทคโนโลยีโมบาย”โดยในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ช่องว่างระหว่างผู้ที่มีข้อมูลและผู้ที่ไม่มีข้อมูลจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีโมบายอย่างเช่น ในอินเดียที่ไอบีเอ็มใช้เทคโนโลยีเสียงพูดและอุปกรณ์พกพาเพื่อช่วยให้ชาวชนบทที่ไม่รู้หนังสือสามารถถ่ายทอดข้อมูลผ่านทางข้อความที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ และการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การช่วยให้คนเหล่านี้สามารถตรวจสอบรายงานสภาพอากาศ รู้ว่าจะมีแพทย์เดินทางเข้ามาในเมืองเมื่อไร และยังสามารถตรวจสอบระดับราคารับซื้อที่ดีที่สุดสำหรับพืชผลทางการเกษตร

และนวัตกรรมที่ 5 คือ “คอมพิวเตอร์จะช่วยคัดกรองและแจ้งข้อมูลสำคัญที่สอดคล้องกับความต้องการของเรา” ซึ่งในอีก 5 ปีข้างหน้า โฆษณาที่ไม่พึงประสงค์ อาจมีลักษณะสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับอย่างมาก ทั้งนี้ไอบีเอ็มกำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อกลั่นกรองและผนวกรวมข้อมูลจากทุกแง่มุมของชีวิต ตั้งแต่ข่าวสารไปจนถึงกีฬาและการเมือง

เทคโนโลยีจะรู้ว่าผู้รับชื่นชอบและต้องการอะไร เพื่อนำเสนอและแนะนำข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ตรงใจ และใน 5 นวัตกรรมนี้ก็มีบางนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้ในยุคปัจจุบันแล้ว และถ้าคนไหนไม่อยากตกยุค ก็ควรที่จะศึกษาข้อมูลและก้าวทันเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันให้ทันนะค่ะ แต่ก็ควรที่จะอยู่ในความพอเหมาะพอดี ไม่ใช่วิ่งตามมากจนเกินไป แต่ให้อยู่ในความพอดีและสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันของเราได้ด้วยค่ะ

นวัตกรรม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดย LeXingTonDisTricTumc | PahlawanWeb powered by WordPress